เจ็บ..ขณะร่วมรัก XXX

posted on 12 Feb 2012 13:21 by loveandsex in sex-tutor
เจ็บ..ขณะร่วมรัก เล้าโลมไม่เพียงพอ
เป็นสาเหตุหลักๆในการเจ็บปวดเลยทีเดียวค่ะ เมื่อร่างกายของผู้หญิงเราพร้อมสำหรับการมีเซ็กซ์ ช่องคลอดจะขยายทั้งความกว้างและความยาว เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วก็จะทำให้มีน้ำหล่อลื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดสี ช่องคลอดของผู้หญิงนั้นไม่ได้มีขึ้นเพื่อให้มีการสอดใส่โดยที่ยังไม่มีน้ำหล่อลื่น

ถ้าคุณแน่ใจแล้วว่าคุณได้เล้าโลมกันเพียงพอแล้ว แต่ยังเจ็บปวดอยู่อีกควรจะไปพบแพทย์ในตอนที่คุณไม่รู้สึกเจ็บแล้ว

วงจรความเจ็บปวด
ปัญหาเกี่ยวกับความเจ็บปวดนี้เกิดจากการเล้าโลมที่น้อยเกินไป ผู้หญิงหลายคนเลยทีเดียวมักจะเจ็บและเจ็บอยู่อย่างนั้นทุกครั้งไป ทำให้เกิดอาการกลัวความเจ็บปวดและพาลไม่ชอบการร่วมรักได้ และการกลัวนี้ทำให้การเล้าโลมไม่เป็นผลอีกด้วย และด้วยเหตุนี้อาการเจ็บปวดจึงไม่หายไปสักทีไงล่ะคะ

ใช้อุปกรณ์ช่วยที่ชื่อว่า Eros Device
ในปัจจุบันได้มีเครื่องมือชนิดนี้ออกวางขายแล้ว  โดยมันจะทำหน้าที่เพิ่มปริมาณเลือดที่ไหลเวียนมายังคลิตอริส และผลก็คือมันช่วยเพิ่มความไวต่อความรู้สึกของประสาทสัมผัสบริเวณนั้น  และปริมาณสารหล่อลื่นได้เป็นอย่างดี      โดยเจ้าEros deviceนี้เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเครื่องมือที่เหล่ายอดชายใช้กับของส่วนตัวของพวกเขาในการเพิ่มความสามารถของมันมานานนับปีนั่นเอง

เทคนิคสำหรับตัวคุณเอง
ผ่อนคลายร่างกาย  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณควรจะให้ความสนใจ   อาบน้ำ  และใช้เทคนิคการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ  หรือซื้อเทปสำหรับผ่อนคลายจากร้านขายอุปกรณ์สุขภาพมาใช้ล
ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสอง   คุณต้องแน่ใจว่าทั้ง ร่างกายความคิดและจิตใจของคุณล้วนอยู่ในสภาพพร้อมที่จะสานสัมพันธ์รักไปกับเขา    และถ้าความสัมพันธ์ระหว่างคุณทั้งสองไม่ใคร่จะดีนัก คุณก็ควรจะจัดการเคลียร์มันให้เรียบร้อยเสียก่อนนะ
ออกกำลังกายบริเวณช่วงเอว  เพื่อเพิ่มปริมาณเลือดที่ไหลเวียนเข้าสู่ช่วงล่างของคุณเพื่อให้มีความพร้อมและประสาทสัมผัสดีขึ้น
ปล่อยตัวไปกับความรื่นรมย์  โดยปล่อยให้อารมณ์ของคุณเป็นไปอย่างธรรมชาติ
มีความสุขไปกับการสัมผัสโดยการมุ่งความสนใจไปกับการสัมผัสเล้าโลมก่อนที่จะเริ่มกิจกรรม
การหล่อลื่นจะช่วยให้ทุกอย่างเป็นไปได้ง่ายดายขึ้น  และแน่นอนว่ามันคงไม่ดีนักถ้าคุณจะฝืนลงมือทำกิจกรรมทั้งๆที่อวัยวะสำคัญของคุณยังไม่ได้รับการหล่อเลี้ยงให้ชุ่มชื้น
กระตุ้นประสาทสัมผัสของคุณด้วยการออกกำลังกาย  ดูหนังสยองขวัญ  เล่นรถไฟเหาะ  หรืออะไรก็ตามที่จะช่วยให้หัวใจคุณเต้นไวขึ้น  ซึ่งจะทำให้คุณมีสัมผัสทางเพศที่ดีขึ้นในระยะเวลา15-30นาทีถัดมา

ไปพบแพทย์
ไม่ต้องเป็นกังวลไปหากว่าเทคนิคข้างต้นไม่ได้ผลสำหรับคุณ   มันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนกับอาการป่วยที่ต้องใช้ยาเฉพาะทางให้ถูกต้องจึงจะรักษาได้   ซึ่งคุณก็ควรจะปรึกษาแพทย์สำหรับคำแนะนำเพิ่มเติม

ถ้าคุณรู้สึกเจ็บมาตลอดระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ด้วยการสอดใส่   สิ่งแรกที่ควรทำคือการสำรวจว่าที่คุณรู้สึกเจ็บนั้นมาจากปัญหาภายในหรือไม่  ซึ่งคำถามต่างๆที่คุณจะพบมีดังนี้
อาการเจ็บของคุณอยู่เพียงรอบนอกหรือด้านในช่องคลอดของคุณ
อาการเจ็บเกิดเพียงข้างซ้ายหรือขวา หรือทั้งสองข้าง
คุณมีอาการปวดหลังหรือไม่
คุณรู้สึกอย่างไร  มันปวดลึกๆ  ปวดแสบ รู้สึกร้อนไหม้ หรือถูกบาด
คุณรู้สึกเจ็บเฉพาะเวลาสอดใส่หรือไม่  และอาการเจ็บคงอยู่นานมั้ย
อาการเจ็บของคุณแปรเปลี่ยนตามเวลา หรือช่วงจังหวะหรือไม่

ซึ่งแพทย์จะให้คำแนะนำและวิธีการรักษาแก่คุณแตกต่างกันไปเพื่อให้เหมาะสมกับอาการที่คุณเป็น

สาเหตุชั่วคราวของอาการเจ็บ
การกำเนิดบุตร  แน่นอนว่าสตรีทุกคนย่อมมีอาการเจ็บหลังจากการคลอดบุตร
ช่วงประจำเดือน  ซึ่งการมีเพศสัมพันธ์ในช่วงนี้อาจจะทำให้การสอดใส่ของคุณเกิดอาการเจ็บ เนื่องด้วยปริมาณฮอร์โมนเอสโตรเจนที่น้อยลงจะทำให้ผนังช่องคลอดของคุณหุบเล็กลง
การเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินปัสสาวะ  ก็อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บปวดในระหว่างเพศสัมพันธ์ได้เช่นกัน  ซึ่งคุณอาจรักษาได้ด้วยการเข้าคอร์สบำบัดนะ
อาการแพ้ถุงยางอนามัย   ซึ่งร่างกายของคุณอาจจะไม่ถูกกับสารหรือส่วนประกอบในตัวถุงยางเหล่านั้น

ขอบคุณ MissingLink ในการแปลบทความค่ะ
อัพเดทความรู้..ว่าด้วยเซ็กซ์คุ คุณไม่สามารถมีเซ็กซ์ระหว่างมีประจำเดือน
          ความจริง : แอนน์ ฮูเปอร์ ผู้เขียน Sex Q&A บอกว่า "ไม่เป็นไร ตราบใดที่คุณกับเขารู้สึกพอใจ แต่อาจต้องหาผ้าขนหนูรองบนเตียง จะได้ซึมซับความเลอะเทอะ"
          ข้อแนะนำ : ถ้าเขาไม่ต้องการ อย่าต่อว่า และถ้าเขาต้องการ ก็เชิญตามสบาย

           2. ผู้หญิงทุกคนเกลียดการกลืนน้ำอสุจิ
          ความจริง : เทรซี่ ค๊อกซ์ ผู้เขียน Supersex บอกว่า "น้ำอสุจิไม่ใช่กรดกำมะถันเหมือนที่หลายคนเชื่อ แม้คุณจะคิดเช่นนั้นแต่มีผู้หญิงบางคนชอบนะ"
          ข้อแนะนำ : ถ้าคุณคิดว่าจะสำลัก หรือเกลียดกลิ่นของมัน หรือกลัวว่าคุณจะอาเจียน ก็อย่ากลืน แต่ให้ใช้มือต่อหลังจากนั้นแล้วให้เขาหลั่งบนตัวคุณ ถ้าไม่อย่างนั้นก็ขอแนะให้กลืนอย่างรวดเร็วในอึกเดียว เหมือนกินยานั่นแหละ

           3. ทุกคนมีเซ็กซ์มากกว่าฉัน
          ความจริง : จากผู้ตอบแบบสอบถาม 50,000 รายของ Dures Global Sex Survey 2002 พบว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนเรามีเซ็กซ์ 139 ครั้งต่อปี แต่ถ้าคู่ของคุณสนิทสนมกันดีและพอใจกับการมีเซ็กซ์เดือนละครั้ง นั่นก็เป็นเรื่องปกติเช่นกัน<br>
          ข้อแนะนำ : ความถี่บ่อยของเซ็กซ์จะเป็นปัญหาก็ต่อเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ และที่สำคัญอีกอย่างคือเซ็กซ์ไม่ใช่การแสดงความสนิทสนมระหว่างคนรักเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีอีกหลายวิธีที่จะแสดงว่าคุณรักใครสักคน ดังนั้นควรหาเวลาเฉพาะ "สองเรา" เพื่อโอบกอด พูดคุย และจดจำว่าคุณชอบอะไรในตัวอีกฝ่าย และอย่าลืมว่าแต่ละคู่แตกต่างกัน และจำนวนครั้งที่คุณมีเซ็กซ์ (หรืออยากมี) จะแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงชีวิต

           4. ผู้ชายทุกคนชอบให้ผู้หญิงทำออรัลเซ็กซ์
          ความจริง : ขอให้คิดใหม่ ไม่มีกฎตายตัวว่าอะไรปลุกเร้าอารมณ์ผู้หญิง หรืออะไรที่เราพอใจ และเราเต็มใจทดลองทำอะไรบ้าง ก็เช่นเดียวกับผู้ชายในเรื่องนี้ที่ไม่ใช่ทุกคนจะชอบ
          ข้อแนะนำ : ถ้าเขาไม่ชอบวิธีนี้ อาจมีด้วยกันสองกรณี คือเขาไม่ชอบออรัลเซ็กซ์ หรือบางทีคุณคงจะทำอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาไม่มีอารมณ์ร่วม ถ้าคุณทำรักด้วยปากเหมือนนักมังสวิรัติกำลังฝืนกินไส้กรอกร้อนๆ พร้อมกับบ่นตลอดทุกคำว่าคุณเกลียดมัน ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่ชอบด้วยเช่นกัน หรือถ้าคุณขบกัด ทำแรงไป หรือไม่รู้วิธีทำ ก็เข้าใจได้ว่าการทำรักด้วยปากคงไม่เหมาะจะอยู่ในเมนูเซ็กซ์ของคุณ ดังนั้นคุณควรกระตือรือร้นอยากทำให้เขา และเก็บฟันให้มิดชิด อย่าดูดแรงเกินไปหรือกระทุ้งกระแทกรุนแรง และสุดท้าย อย่าลืมถามเขาด้วยว่าแบบไหนรู้สึกดี

           5. ถ้าเขาสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองแสดงว่าเขาไม่พอใจคุณ
          ความจริง : เขาอาจมีชีวิตคู่ที่ดี มีชีวิตเซ็กซ์ที่น่าพอใจ และยังชอบช่วยตัวเองก็ได้ เว็ปไซต์ผู้ชายเว็ปหนึ่ง บอกว่า "ผู้ชายส่วนใหญ่ยังคงสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง แม้จะมีคู่รักแล้ว การช่วยตัวเองไม่ใช่สิ่งทดแทนการมีเซ็กซ์ มันเป็นวิธีสุดยอดในการหาความสุขและเพลิดเพลินกับร่างกายตนเอง"
          ข้อแนะนำ : ผู้ชายมักจะเล่นกับตัวเองด้วยเหตุผลง่ายๆ ไม่ซับซ้อน นั่นคือก็มันมีอยู่ตรงนั้นและสนุกดี แต่ถ้าคุณรู้สึกว่านั่นคือคู่แข่งตัวฉกาจของคุณ ก็จงพูดกับเขา หวังว่าเขาจะยืนยันกับคุณว่าสิ่งที่คุณมีก็พิเศษอยู่แล้ว แต่ถ้าเขาไม่บอกอย่างนั้น คุณก็จะเป็นหญิงเดียวในประวัติศาสตร์ที่ถูกทิ้งเพื่อแฟนจะได้มีเวลาเล่นกับเจ้าหนูของเขามากขึ้น

^๐^/ ยังมีต่อนะคะ...แต่ขอเป็นอัพเดทครั้งหน้าค่ะ

== ติดตามตอนต่อไป==
ถ้าระงับอารมณ์เพศไม่ได้ทำอย่างไร ร่างกายของเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาก ธรรมชาติสร้างมาอย่างสมดุลย์ โดยสร้างให้คนมีอารมณ์เพศ มีการสร้างอสุจิเมื่อโตเป็นหนุ่ม มีประจำเดือนเมื่อเป็นสาว



เมื่อน้ำอสุจิมีปริมาณมากพอก็จะมีความรู้สึกทางเพศ มีความต้องการ ทางเพศสูง และให้มีการระบายหรือหลั่งออกมาเป็นฝันเปียก เพื่อลดความรู้สึกทางเพศลง ซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติ



แต่ชีวิตเรายังต้องสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย ซึ่งบางอย่างก็กระตุ้นอารมณ์เพศของเราได้ ดังนั้น ถ้าเราพยายามระงับอารมณ์ แล้วยังไม่ได้เราก็สามารถระบายหรือทำให้หลั่งได้ ด้วยการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง หรือมีเพศสัมพันธ์ ...



ผู้หญิงก็เช่นกัน เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดา ดังนั้น ผู้หญิงก็ย่อมมีความต้องการทางเพศ การระบายอารมณ์เพศในผู้หญิงก็เหมือนผู้ชาย คือ การสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมันเป็นสิ่งที่ผู้หญิงส่วนมากไม่ต้องการที่จะพูดถึงแต่ก็ปฏิบัติกัน



การปลดปล่อยอารมณ์เพศนั้นเป็นความสุขของตัวเองไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใคร ไม่ติดเชื้อโรค ไม่ต้องกลัวการตั้งครรภ์ที่แน่ๆ ไม่อกหัก



การที่จะบอกความต้องการเกี่ยวกับเรื่องเพศเป็นเรื่องค่อนข้างลำบากสำหรับผู้หญิงไทย เพราะความรู้สึกทางเพศเป็นเรื่องที่เราได้รับการสั่งสอนกันมาว่า เราไม่ควรจะไปพูดอะไรมาก รู้สึกอะไรก็เก็บเอาไว้



แต่ในปัจจุบันเรื่องนี้ค่อนข้างเปิดเผยมากขึ้น ควรจะมองว่าการบอกความรู้สึกหรือความต้องการทางเพศไม่ใช่สิ่งเลวร้ายอะไรควรจะมองว่า เมื่อเราจะอยู่กันสองต่อสอง สามีหรือภรรยาของเรา อยู่ในอารมณ์ใด ไม่เครียด หรือไม่วิตกกังวลจนเกินไป เขาสามารถจะรับฟังได้เมื่อเขารับฟังแล้ว เราก็สามารถจะบอกความรู้สึกได้ และเช่นเดียวกันเราก็ต้องรับฟังความรู้สึกของอีกฝ่ายหนึ่งด้วยการรับฟังการพูดคุย การโต้ตอบกันไปมาอย่างนี้ ทำให้เรารู้ความต้องการของตัวเขาและสามารถบอกความต้องการของตัวเราได้



อย่าไปคิดเลยว่าเสียฟอร์ม มันเป็นกันปรับความเข้าใจหรือเป็นการจูนคลื่นให้ตรงกันเสียมากกว่า



แต่การที่จะมีเพศสัมพันธ์... ต้องอยู่ภายใต้จริยธรรมของสังคม สิทธิของบุคคล มีคู่นอนเพียงแค่คนเดียว ไม่สำส่วน และควรสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่จะมีเพศสัมพันธ์ ปลอดภัยไว้ก่อน....



และที่สำคัญที่สุดการมี sex ในวัยเรียนเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พึงประสงค์แล้ว อาจจะทำให้มีโอกาสติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่ร้ายแรงได้



ซึ่งถ้าเกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นนอกจากเราจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว คนที่รักเรามากที่สุด อย่างพ่อ แม่ต้องน้ำตาตกอีกด้วย... แล้วอย่างนี้ sex ที่คุณคิดว่าดี จะทำให้เรามีความสุขได้จริงหรือ? ถ้าต้องแลกมาด้วยความสูญเสีย และน้ำตา...

ที่มา : http://www.thaihealth.or.th วันที่โพสต์ : 0000-00-00
reference http://www.healthcorners.com/2007/article/showArticle.php?category=sexknow&id=490
เซ็กซ์ที่คุณรู้ ผิดหรือถูก??? ผู้หญิงสามารถรู้สึกได้ถึงการหลั่งของตนเองในขณะที่เธอถึงจุดสุดยอด
           คำตอบคือ ถูก
          สตรีประมาณร้อยละ 10 สามารถรู้สึกถึงความเสียวซ่านได้เมื่อจี-สป๊อตของเธอถูกกระตุ้น เราอาจเคยได้ยินว่า เมื่อผู้ชายได้รับการกระตุ้นทางเพศจนถึงจุดสุดยอด เขาจะแสดงความรู้สึกดังกล่าวให้รับรู้ได้โดยการหลั่งน้ำกามออกมา
          แต่เมื่อผู้หญิงมักไม่ค่อยได้สังเกตเรื่องนี้ เพราะปฎิกริยาที่ผู้หญิงแสดงออกมักเป็นเรื่องการควบคุมตนเองไม่ได้ การส่งเสียงร้องหรือการบิดเนื้อบิดตัว มีน้อยรายนักที่จะมีน้ำหลังออกมาให้รู้สึก ในความเป็นจริงก็คือ ต่อมไร้ท่อที่อยู่รายรอบท่อปัสสาวะจะปล่อยสารเหลวบางอย่างออกมา เมื่อสตรีคนนั้นตกอยู่ในอาการที่เรียกว่าถึงจุดสุดยอด
          ความรุ้สึกที่เธอจะสังเกตได้คือ ความรู้สึกอยากจะปัสสาวะเหมือนท่อปัสสาวะบวมเป่ง แต่ไม่ต้องตกใจเพราะคุณจะไม่ปล่อยฉี่ออกมาให้เป็นที่อับอายขายหน้า เพราะเพียงแค่ปล่อยของเหลวออกมานิดหน่อยแล้วความรุ้สึกปัสสาวะก็จะหายไป นั่นคือการสนองตอบของร่างกายผู้หญิงเวลาที่ถึงจุดสุดยอด

           คุณเดาขนาดอวัยวะเพศชายได้ จากการมองมือ เท้าหรือจมูกของเขา
           คำตอบคือ ผิด
          อย่าคิดเดาอะไรไปล่วงหน้าเลย เพราะไม่มีสิ่งบอกเหตุหรือช่วยให้คุณเดาอะไรได้ จนกว่าคุณจะได้เห็นของจริง จากการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีความเกี่ยวข้องกันระหว่างการเจริญเติบโตของขนาด แขน ขา จมูก และองคชาตของเขา เหตุผลาทางชีววิทยาบอกไว้ว่า แขน ขาและจมูก เป็นการเติบโตมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา แต่ความเจริญเติบโตขององคชาตขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศที่มีในช่วงย่างเข้าวัยหนุ่ม

           คุณสุภาพสตรีจะรอดพ้นจากการตั้งครรภ์ได้แน่นอน หากคุณมีเพศสัมพันธ์ขณะมีรอบเดือน
           คำตอบคือ ผิด
          สุภาพสตรีจำนวนมากมีความร้อนแรงทางเพศสูงขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน อันมีสาเหตุจากระบบฮอร์โมนเพศในช่วงนั้นสูงกว่าปกติ และแทบทุกคนมีความเชื่อว่า เธอจะไม่ตั้งครรภ์หากเธอมีการร่วมรัก ทางหลักวิชาแล้วก็ไม่น่าจะมีการตั้งครรภ์ได้ เรื่องนี้ Dr.Miriam Stoppard อธิบายว่า มีสตรีบางคนที่มีไข่ตกก่อนที่เลือดประจำเดือนจะหยุดไหลในรอบเดือนนั้น จำนวนวันที่รอบไข่ตกแต่ละเดือนก็แปรเปลี่ยนไปโดยไม่ตรงวันได้ หากมีสภาพแวดล้อมที่ดี อสุจิจะยังคงมีชีวิตอยู่ได้ยาวนนานขึ้นเพื่อรอการผสมกับไข่ของสตรีโดยเฉพาะไข่ใบที่ตกก่อนเวลา หรือบางทีก็มีการตกไข่อีกฟองทันทีที่หมดเลือดประจำเดือน

           ผู้หญิงสามารถเสียวสุดยอดได้ซ้ำซ้อนหรือต่อเนื่องได้ยาวนานกว่า แม้ขณะที่ไม่มีการร่วมรัก
           คำตอบคือ ถูก (แม้ฝ่ายชายจะค่อนขอดว่าไม่เป็นธรรมก็ตาม)
          สตรีหลายคนที่มีความรู้สึกวาบหวามได้กับการสัมผัสและเกิดความสุขทางเพศได้แม้เธออยู่ในช่วงเวลาอื่น เช่น เวลาทำงาน แม้เธอสวมเสื้อผ้าครบถ้วน สาวๆที่ชอบการขี่ม้ามักมีประสบการณ์นี้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฮอร์โมนเพศของเธอในขณะนั้น ว่าอยู่ในระดับสูงเพียงใด รวมทั้งเธอกำลังมีจินตนาการในเรื่องเพศอยู่ด้วยหรือไม่ สตรีบางคนสามารถรู้สึกเสียวสุดยอดได้จากการสัมผัสผ่านเสื้อผ้า หรือจากการจินตนาการ ผลที่เธอได้รับในบางครั้งเป็นเสียงสุดยอดที่สร้างความตื่นเต้นได้ไม่แพ้การร่วมรักจริงๆ

           หากอัณฑะของสามี หรือเพื่อนชายของคุณมีขนาดใหญ่กว่าปกติ เขามักจะมีหญิงอื่นอีก
           คำตอบคือ (อย่าผิดหวัง) มันถูกต้อง
          มีงานศึกษาที่นำทีมโดย Dr.Robert Baker จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ เปิดเผยว่าขนาดของอัณฑะมีผลต่อพฤติกรรมทางด้านเพศ ว่าเขามักมากหรือเปล่า ดังนั้นหมั่นสังเกตว่าขนาดของเขาใหญ่ผิดปกติหรือไม่ เพราะผลจากงานวิจัยบ่งไว้ชัดเจนว่า ชายที่มีขนาดใหญ่กว่าคนอื่นนั้นมีแนวโน้มนอกใจคนรัก ถ้าวัดกันที่ปริมาตร ขนาดอัณฑะโดยเฉลี่ยมีความจุ 24 คิวบิกเซนติเมตร ในขณะที่อัณฑะขนาดใหญ่จะมีความจุที่ 52 คิวบิกเซนติเมตร

Sex...ต้องห้าม XXX

posted on 08 Jul 2010 11:15 by loveandsex in sex-tutor
Sex...ต้องห้าม แฟนเพื่อน
          จำเอาไว้อย่างนะว่า ของๆใคร ใครก็หวง ระวังจะกลายเป็นชิงรักหักสวาท แตกทั้งเพื่อน แตกทั้งแฟนเพื่อน โดนชาวบ้านครหาซะเปล่าๆ ถ้าแฟนเพื่อนเค้าส่งซิกเล่นหูเล่นตาให้เราล่ะ จะทำอย่างไร อันนี้ไม่ยากหรอก เพียงแค่ให้แอบสังเกตพฤติกรรมชายผู้นั้นให้ถี่ถ้วน จากนั้นช่วยกันดูภายในกลุ่มเพื่อนว่าเค้าจะมาไม้ไหน มาแบบหมาหยอกไก่ หว่านเสน่ห์ไปทั่วทั้งแก๊ง หรือมาแบบรักแท้ ซึ่งทั้งหมดนี้ห้ามบอกเพื่อนเราที่เป็นแฟนเค้าเชียวนะ ดีไม่ดีอาจหาว่ากุเรื่องสร้างความร้าวฉาน ฉะนั้นถ้ามันเป็นจริงอย่างที่เราคิด "ผู้ชายเจ้าชู้หวัง Something ในกลุ่ม" ก็จัดการซะ อย่าให้ค้างคาใจเป็นเสี้ยนหนามในกลุ่มเพื่อนเรา ส่วนจะเป็นวิธีไหนต้องเก็บเอาไปคิดเองช่วยๆกันกับเพื่อนๆ

2. แฟนเก่า
          ถ้าใครที่ยังได้พบเจอกับแฟนเก่าอยู่เป็นประจำ จะเป็นปัญหาค้างคา โดยเฉพาะเมื่อเรามีแฟนใหม่แล้ว จะทำให้เราไม่แน่ใจว่าใครกันแน่ที่เราต้องการ แฟนเก่าหรือแฟนใหม่ ขอแนะนำให้เลือกหรือตัดใจจากคนใดคนหนึ่งให้แน่ไปเลยจะดีกว่า เพราะต่อไปคนที่จะลำบากใจที่สุดก็จะเป็นเรานั่นล่ะ ยิ่งถ้าแฟนเก่าของคุณมีคนจับจอนแทนที่คุณแล้ว แต่คุณยังรัก ยังห่วงใย เครียดแย่แน่ๆ แล้วอย่าคิดนะว่า Sex จะทำให้เธอและแฟนเก่ากลับมาคืนดีเหมือนดั่งวันวาน มีหวังสายสัมพันธ์ขาด และไม่เป็นผลดีกับตัวเราเองด้วยนะ

3. คนไม่รู้จัก
          แบบไม่รู้จักกันดีเท่าไหร่ ชนิดรู้จักยังไม่ครบ 24 ชั่วโมงหรือไม่ก็ยังไม่ถึง 7 วันด้วยซ้ำ แต่ดันเผลอตัวยอมมีเซ็กซ์กะเค้าซะแล้ว ถึงแม้ว่าจะรู้สึกชื่นชอบ ถูกใจ หลงเสน่ห์เขาขนาดไหนก็ไม่เป็นผลดีทั้งนั้น ควรคบหาดูใจกันก่อนจะตัดสินใจ เพราะอย่างน้อยเวลาจะทำให้ได้เรียนรู้นิสัยใจคอ คราวนี้ก็จะง่ายขึ้นถ้าเราจะตัดสินใจคบต่อหรือไม่ ยอมมีเซ็กซ์ด้วยหรือเลิกคบไปเลย ลองคิดกลับกันถ้าหากมีเซ็กกับเขาตั้งแต่คืนแรก ผลลัพธ์ที่ออกมาเห็นจะเด่นชัดก็คงต้องทะเลาะกันบ่อยแน่ๆ บางทีดีไม่ดีอาจเกิดอาการมองหน้ากันไม่ค่อยติดภายหลัง และเขาอาจจะไม่เห็นคุณค่าของเธอเลยด้วยซ้ำไป

4. เพื่อนซี้
          ในกลุ่มเราเองเคยคิดกันบ้างหรือเปล่าว่าทำไมต้องห้าม หากเราและเพื่อนซี้คบกันเป็นเพื่อนมานาน ไม่ว่าการพูดก็ออกแนวมึงมาพาโวย ลุยๆซ่าๆเฮไหนเฮนั่น ก็จงโปรดตัดใจซะเถอะ เพราะนั่นแสดงถึงความสัมพันธ์ว่าเป็นเพื่อนกันจริงๆ อย่าได้คิดไปบอกรักให้เค้าต้องเคลือบแคลงจิตใจกันเปล่าๆ นอกจากไม่เกิดผลดีแล้วผลเสียยังตามมาติดๆต่างคนต่างไม่กล้าสู้หน้า จากที่เคยคุยกันเมื่อก่อนเป็นวันๆ อาจจะไม่กล้าคุยกันเลย แต่ถ้าคบกันแบบผ่านๆ ทักทายกันบ้างในบางที ก็ยังมีโอกาสในการสารภาพรักได้ แต่เค้าจะรับรักหรือไม่นั้นก็ต้องลองดู แต่อย่างน้อยก็โล่งใจที่ได้พู
เลือกดอกไม้ให้แฟน สื่อความหมายภายในใจ เวลาที่เราไปตลาด หรือมองหาดอกไม้เก๋ๆ เพื่อเอาไปมอบให้กับคนรัก และใช้เป็นตัวแทน ในการสื่อความหมายภายในใจของเรา ดอกไม้ชนิดนั้นมักจะเป็นดอกไม้ที่ ‘ป๊อปปูล่าร์’ อย่างดอกกุหลาบ จะต่างกันบ้าง ก็ตรงที่ แต่ละคนมักจะเลือกดอกกุหลาบตามสีที่ตัวเองชอบ ไม่ว่าจะเป็นสีแดง สีขาว สีเหลือง สีชมพู หรือไม่ว่าจะสีใดๆ ก็ตาม

ในความเป็นจริงแล้ว ดอกไม้ที่มีความหมายเกี่ยวข้องกับด้านความรักยังมีอีกหลายชนิดมากนัก และดอกไม้เหล่านั้นก็ใช้กันเป็นที่นิยมแพร่หลายในระดับสากล เชื่อว่า หลายๆ คน คงจะเบื่อกับการ มอบแต่ดอกกุหลาบให้แฟน ไม่ว่าจะผ่านมาแล้ว ‘หลายรอบมากๆ’ ในวันวาเลนไทน์ เมื่อเป็นเช่นนั้น เราลองมาดูตามรายการด้านล่างกันว่า คุณควรจะเลือกดอกไม้ชนิดไหน เพื่อสื่อความหมายที่ตรงตามความในใจของคุณ ไปยังคนรักได้อย่างถูกต้องที่สุด
(อ่านบทความ ความรัก ชีวิต สังคม ที่ http://www.NadDate.com)


ดอกแพนซี (Pansy)
ดอกแพนซี เป็นตัวแทนของความรัก และเสน่ห์ดึงดูดใจ... ดอกไม้ชนิดนี้เป็นที่รู้จักในระดับสากล และผู้คนส่วนมากเชื่อว่า มันคือดอกไม้ที่มีคุณสมบัติเป็น “ดอกไม้ยา รักษาหัวใจ” เมื่อนำดอกแพนซี ไปมอบให้กับคนรักในยามที่มีปัญหาเกิดขึ้นระหว่างกัน มันจะแสดงอิทธิฤทธ์ ช่วยเยียวยารักษาปัญหาหัวใจ (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะจ๊ะ)
นอกเหนือจากนี้ หากคุณเป็น ‘ใครสักคน’ ที่กำลังหมายปองเพศตรงข้าม และรอที่จะได้ความรักนั้นกลับมา คุณควรจะมอบดอกไม้ชนิดนี้ ให้แก่คนๆ นั้นไป (ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกพีโอนี (Peony)
ดอกพีโอนี เป็นตัวแทนของ ความอาย และความสวยงาม... ดอกไม้ชนิดนี้ มีชื่อเรียกในภาษาจีนว่า ‘โชยุ’ (Sho yu) มีความหมายอย่างเป็นทางการ (ของจีน) ว่า ‘สิ่งที่สวยงามที่สุด’ ส่วนความเชื่อในระดับสากล มีความเชื่อกันว่า ผู้ที่สร้างดอกพิโอนี คือเทพเจ้าแห่งดวงจันทร์ มันได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้สะท้อนแสงจันทร์ ในยามค่ำคืน ความเชื่ออีกสิ่งหนึ่งก็คือ หากเอาเมล็ดของดอกพีโอนีวางไว้ใต้หมอนที่นอนในกลางคืน จะช่วยป้องกันการฝันร้ายได้
(ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกพิมโรส (Primrose)
ดอกพิมโรส เป็นสัญลักษณ์ของ ‘รักครั้งแรก’ มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคือ ‘Primus’ ซึ่งมีความหมายว่า ‘ลำดับแรก’ .... ในแถบประเทศยุโรป ช่วงต้นของฤดูใบไม้พลิ ชาวนอร์เวย์ นิยมใช้ดอกพิมโรส สำหรับการบูชาเทพเจ้าแห่งความรัก เพื่อแสดงถึงความเคารพ และความศรัทธาในความรัก ที่ออกมาจากหัวใจอย่างแท้จริง
(ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกสโนว์ดรอป (Snowdrop)
ดอกสโนว์ดรอป (ดอกไม้สีขาวที่บานในตอนต้นฤดูใบไม้ผลิ) เป็นตัวแทนของความหวัง และความบริสุทธ์ ดอกไม้ชนิดนี้ เป็นดอกไม้ชนิดแรก ที่ผลิใบในช่วงต้นของฤดูใบไม้พลิ มีความหมายที่ให้กำลังใจดีๆ ว่า ‘ดอกไม้แห่งความหวัง’ (Flower of Hope) ทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของการกลับมาใช้ชีวิต อย่างมีชีวิตชีวา หลังจากเพิ่งผ่านพ้น ช่วงฤดูหนาวอันแสนยาวนาน (ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกทิวลิป (Tulip)
ดอกทิวลิป เป็นตัวแทนของ การให้เกียรติ และความมีชื่อเสียง.. ดอกไม้ชนิดนี้ แต่ดั้งเดิมเติบโตขึ้นในป่า ในแถบพื้นที่ส่วนกลางของทวีปเอเชีย (พื้นที่คาบเกี่ยว ระหว่างประเทศ จีน อินเดีย และรัสเซีย) เราจึงจัดดอกทิวลิปอยู่ในประเภท ‘ดอกไม้ป่า’ (wild flower) ได้
ในช่วงแรกเริ่ม ที่ชาวตุรกีค้นพบดอกทิวลิปนั้น มันมีชื่อเรียกว่า ดอก ‘เทอร์บัน’ (Turban) และถูกเปลี่ยนเป็นชื่อ ’ทิวลิป’ ต่อมาภายหลัง สีที่หลากหลายของดอกทิวลิป ยังมีความหมายแตกต่างกันไป เช่น สีแดง หมายถึง ‘การป่าวประกาศความรัก’ (a declaration of love) หรือ สีเหลือง หมายถึง – ‘ความรักอย่างสิ้นหวัง (รักเขาข้างเดียว)’ (Hopeless love)
(ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกปั๊ปปี้ (Poppy)
ดอกปั๊ปปี้ เป็นตัวแทน ของความทรงจำ และการให้อภัย.. ความหมายของดอกปั๊ปปี้ เริ่มต้น เมื่อคราวสิ้นสุดสงครามของ นโปเลียน (กษัตริย์ผู้หญิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส ในช่วงศตวรรษที่ 17) ในยุโรปตะวันตก... เมื่อสงครามครั้งนั้นจบลง เป็นเวลาเดียวกัน ที่ดอกปั๊ปปี้ ร่วงมาปกคลุมพื้นที่สนามรบและกินบริเวณออกไปกว้างขวาง หลังจากนั้นเป็นต้นมา ดอกปั๊ปปี้ จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ เพื่อย้ำเตือนความทรงจำ รำลึกถึงเหล่าทหารหาญที่พลีชีพ เพื่อปกป้องแผ่นดิน
(ดูรูปภาพได้ที่ )


ดอกไม้เป็นส่วนประกอบที่เพิ่มความหวานให้กับความรักก็จริง แต่ความรักแบบที่ ‘หวานยั่งยืน’ มากที่สุด ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การให้ดอกไม้ แล้วเสร็จสิ้นจบไป หากอยู่ที่ การทำ ‘ความหมาย’ ของดอกไม้ ที่เราได้มอบให้ผู้รับไปนั้น เป็น ‘ความจริง’ ขึ้นมา ด้วยการกระทำอัน ‘ใส่ใจ’ ของเรา  


--------------------------------------------------------------------------------
อยู่อย่างไรไม่เจ็บปวด เมื่อลูกเป็นเกย์ เราไม่สามารถเปลี่ยนลูกได้ก็จริง แต่เรายังรักกันได้อยู่มิใช่หรือ



" คุณจะทำอย่างไร เมื่อพบว่าลูกชายวัยนี้ไม่พึงใจในเพศของตัวเอง…"

คำถามนี้อาจทำให้พ่อแม่รู้สึกยุ่งยากใจที่จะคิดหาคำตอบ บางคนอาจเลือกที่จะปฏิเสธในสิ่งที่ลูกเป็น บางคนพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อปรับเปลี่ยนลูกให้กลับมาเป็นผู้ชายให้ได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ไม่มีพ่อแม่คนไหนยอมรับได้อย่างหน้าชื่นตาบานหรอกว่าลูกฉันเป็นเกย์ ตุ๊ด กะเทย และอีกสารพัดคำจำกัดความ โดยไม่ผ่านความรู้สึกงุนงงและเจ็บปวดมาก่อน (แม้ปัจจุบันกลุ่มคนเพศที่ 3 ที่ 4 จะมีบทบาทในสังคมมากขึ้นก็ตาม)


ส่วนในมุมมองของลูกที่กายเป็นชายแต่ใจเป็นหญิงล่ะ เขาก็คงรู้สึกทุกข์ทรมานไม่แพ้กัน ที่ต้องคอยโกหก ปกปิด ซ่อนเร้นตัวตนที่เขาเป็น เพราะรู้แก่ใจว่าเมื่อเปิดเผยออกมาแล้วพ่อแม่ย่อมรับไม่ได้…ต่างฝ่ายต่างก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน แล้วแบบนี้จะมีวิถีทางใดบ้างที่จะช่วยลดทอนความเจ็บปวดของทั้งสองฝ่ายได้ เมื่อความจริงเกิดเผยตัวตนออกมา…


คุณหมออัมพร เบญจพลพิทักษ์ จาก สถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่น ได้ยกกรณีตัวอย่างให้ฟังว่า






มีคุณแม่ท่านหนึ่งมาปรึกษาเรื่องลูกชายอยากเป็นผู้หญิง ซึ่งปัญหานี้เกิดมาได้ 3 ปีแล้ว และคุณแม่ก็พยายามแก้ไขด้วยการจับลูกแต่งตัวเป็นผู้ชาย และโกนผมลูกซะเกรี๋ยน…แต่ไม่ได้ผล


" หมอก็ถามเด็กคนนั้นว่า รู้ไหมว่าทำไมคุณแม่ถึงพามาหาหมอ เด็กตอบว่า ก็คุณแม่ไปยืมการ์ตูนเซเลอร์มูนมาให้ดู พอหนูดู แล้วหนูก็เลยอยากเป็นเซเลอร์มูน หนูก็บอกให้คุณแม่ซื้อรองเท้าส้นสูงมาให้ใส่ หนูเห็นว่าเป็นผู้หญิงสนุกดี ส่วนคุณแม่บอกว่า ลูกขอร้องให้ซื้อและทนการรบเร้าไม่ไหว จากนั้นสองแม่ลูกก็ขว้างหนังสือใส่กัน และเล่นกัน


" ตรงนี้เอง ทำให้หมอนึกย้อนไปตอนแรกที่คุณแม่เข้ามาในห้อง แล้วทำเสียงดุใส่ลูกชายเพื่อให้สวัสดีหมอ และขณะที่ลูกกำลังซน คุณแม่บอกว่าอย่าทำ แต่กลับเล่นกับลูกด้วย แล้วก็ผวาเข้าไปกอด หอมแก้มลูกชายอีก 2-3 ครั้ง


" ท่าทีที่ถดถอยของเด็กคนนี้เรียกความเอ็นดูได้มากมาย แต่บ่อยครั้งที่ท่าทีเหล่านี้ผสมท่าทีของความเป็นผู้หญิงเข้าไปด้วย และคุณแม่ก็เลยเถิดมองข้ามไป คุณแม่บอกว่าอย่าทำอย่างนี้ แต่กลับผวาเข้าไปกอด สิ่งที่คุณแม่บอกด้วยวาจากลับไม่สัมพันธ์กับภาษากาย ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น ต่อให้คุณแม่ตัดผมลูกสั้นแค่ไหน หรือแต่งตัวให้เขาดูเป็นผู้ชายยังไง ก็แก้อะไรไม่ได้ แต่หมอไม่ได้หมายความว่า แม่จะต้องเสียงเขียวเข้มดุว่าลูกที่แสดงพฤติกรรมออกมาเป็นหญิงเพราะสาเหตุที่มาของปัญหานี้เป็นเรื่องซับซ้อนพอสมควรมีทฤษฎีมากกว่า 40 ทฤษฎี ที่พยายามอธิบายปัญหาของการเบี่ยงเบนทางเพศในเด็ก


" มีคนสงสัยว่า ทำไมเดี๋ยวนี้จึงมีเด็กเบี่ยงเบนทางเพศมากขึ้น สาเหตุของการเบี่ยงเบนทางเพศ ประเด็นหนึ่งที่เคยพูดกันก็คือ เรื่องของชีวภาพ เราไม่แน่ใจว่าพันธุกรรมโครโมโซมแท่งไหนที่เป็นตัวกำหนดเรื่องของการเบี่ยงเบนทางเพศ…แต่อย่างไรก็ตาม หมอก็ยังเชื่อในเรื่องของการเลี้ยงดู พ่อแม่บางคนอาจโทษสื่อ แต่อยากจะเรียนว่า สื่อเป็นอะไรที่ไกลตัวและยังแก้ไขไม่ได้ แต่สิ่งที่เราสามารถแก้ไขได้ก็คือบรรยากาศในครอบครัว"






มีอีกตัวอย่างที่คุณหมออัมพรอธิบายไว้ชัดในเรื่องของความสัมพันธ์และการแสดงออกระหว่างกันของแม่กับลูก






มีคุณแม่รายหนึ่งเลี้ยงลูกตามลำพัง เพราะสามีเสียไปตั้งแต่ลูกยังเล็ก เมื่อแม่พบว่าลูกมีจริตต่างจากชายทั่วไป ก็ถามลูก ลูกซึ่งอัดอั้นมานาน สบโอกาสที่จะบอกความจริง ก็เทกระเป๋านักเรียนออกมา มีทั้งขนตาปลอม ทั้งลิปสติก ให้แม่เห็นจะๆ ว่าเขาเป็นอย่างไร


สองแม่ลูกพากันมาปรึกษาคุณหมอ ฝ่ายแม่ทำใจไม่ได้และอยากให้คุณหมอประเมินลูกชัดๆ อีกสักที และพูดคุยเพื่อเปลี่ยนแปลงลูกชาย ฝ่ายลูกก็ดีใจ บอกหมอว่า " หนูก็อยากให้แม่ทำใจได้กับการบอกของหมอสักที" คือต่างฝ่ายก็อยากจะให้หมอช่วย


หมอก็ถามว่า " ที่หนูอยากเร่งรัดให้แม่ยอมรับเร็วๆ นี่ เพราะอะไร" คราวนี้คุณแม่โพล่งขึ้นมาบ้างว่า " อีกสองสามเดือนจะมีงานโรงเรียน เขาจะขอแต่งตัวเป็นนางนพมาศ โอ้ย! ไม่ไหวหรอกคะ ดิฉันทำใจไม่ได้"


" เนี่ย! แม่ก็เป็นแบบนี้" ลูกชายสวนขึ้นอีก "ห่วงแต่หน้าตาตัวเอง แต่งตัวเป็นนางนพมาศ ก็ไม่ได้ต่างจากเพื่อนเลย คนอื่นก็ทำกัน" ลูกชายเริ่มแสดงลีลานางนพมาศ


แม่กุมขมับ แล้วลูกชายก็เริ่มต่อว่าแม่อย่างรุนแรง หมอปล่อยให้เขาพูดอยู่พัก ก็หันมาถามคุณแม่ว่ารู้สึกอย่างไรบ้าง คือตอนนั้นหมอรู้สึกอยากเข้าข้างคุณแม่ เห็นใจคุณแม่มาก คุณแม่ก็บอกว่า " เหนื่อยค่ะ ไม่รู้จะพูดยังไง ดิฉันว่าเขาเป็นอะไรน่ะไม่เท่าไหร่ แต่เวลาที่เขาทำท่าแบบนี้ ดิฉันอายค่ะ"


ลูกชายทำท่าจะต่อว่าแม่อีก จนหมอต้องหยุดไว้ และว่า " หมอคิดว่าคุณแม่คงมีเหตุผลอะไรบางอย่างมีหมออยากจะเล่าให้หนูฟังนะ หนูรู้จักคุณเด่น ดอกประดู่มั้ย เขาให้สัมภาษณ์หนังสือเล่มหนึ่งก่อนที่เขาจะหยุดเล่นตลก และผันตัวเองมาจัดรายการทีวีแทน ทั้งที่การเป็นตลกทำให้เขาได้เงินมากมาย เขาให้เหตุผลว่า ลูกของเขาเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ และเขาสงสารลูกมาที่จะต้องอายเพื่อนๆ เวลาที่เพื่อนฝูงมาล้อว่า เป็นลูกของดาวตลก เขาไม่อยากให้ลูกเกิดปมด้อยที่มีพ่อเป็นตลก และก็มีเพื่อนหัวเราะ เห็นว่าลูกเป็นตัวตลกไปด้วย"


หมอบอกเด็กคนนี้ว่า " หมอไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกแบบนี้ใกล้เคียงกับของแม่หนูหรือเปล่า ถ้าสมมติว่าหนูได้เป็นนางนพมาศ แล้วสายตาของผู้ชมชื่นชมที่หนูสวย ว่าหนูมีบุคลิกมีอะไรที่ดีๆ หมอก็มั่นใจว่า ไม่ว่าหนูจะเป็นหญิงหรือชาย หรือผู้ฉิ๋งก็แล้วแต่ แม่ก็คงภาคภูมิใจกับหนูไปด้วย แต่หมอไม่แน่ใจว่า ถ้าหนูเป็นนางนพมาศแล้ว สายตาของคนอื่นมองแบบนั้นหรือไม่"


แล้วหมอก็ถามต่อไปว่า " ที่ผ่านมาพฤติกรรมของหนูกับเพื่อนเป็นอย่างไรบ้าง"

" อ๋อ หนูไม่เยอะฮ่ะ ของเพื่อนเขาทาคิ้วทาปาก แต่ของหนูแค่ผัดแป้ง"

" แล้วเวลาที่หนูทำท่าทางต่างๆ พูดคุยกับเพื่อนๆ เขาทำยังไงกับหนูบ้าง"

" เขาก็สนุกกันฮ่ะ"

" หนูน่ารักมาก หนูยอมทำตัวให้เพื่อนสนุกสนาน ลึกๆ แล้วหนูชอบมั้ย"

" ก็ชอบเหมือนกันฮ่ะ แต่บางทีก็รู้สึกแย่ บางทีเขาก็มาล้อหนู เหมือนหนูเป็นตัวตลก"

" นั่นคงเป็นความรู้สึกเดียวกับคุณเด่น ที่ไม่อยากให้ใครมาหัวเราะเยาะลูกเขา เพราะฉะนั้นการที่แม่ของหนูจะไม่ต้องการให้ใครมาหัวเราะลูกของตัวเองก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก หนูมองเห็นมั้ยคะว่าความตั้งใจของคุณแม่ ลึกๆ แล้วคือการเสียหน้าของคุณแม่หรือเพราะห่วงภาพพจน์ของตัวหนู หนูลองคิดให้ดีๆ"


พอหมอพูดถึงตรงนี้คุณแม่ก็ร้องไห้โฮๆ อยู่ตรงนั้นล่ะค่ะแล้วลูกชายก็เริ่มเชื่องลง






จากกรณีตัวอย่างนี้ จะเห็นว่าความตั้งใจดีของพ่อแม่ที่มีต่อลูกนั้นถูกตัดขาดด้วยอะไรหลายๆ อย่าง ลูกฟังการห้ามของพ่อแม่แล้วสรุปว่า การห้ามของพ่อแม่คือการเห็นแก่หน้าของตัวเอง อันนี้เราคงต้องกลับมาทบทวนท่าทีของเราและอธิบายให้ลูกฟังชัดๆ ว่าเรารักและเป็นห่วงเขามากแค่ไหน


" สิ่งที่หมอบอกได้ก็คือ เราไม่สามารถเปลี่ยนลูกทั้งหมดได้ ณ เวลานี้ แต่เราสามารถดูแลการแสดงออกที่เหมาะสมของลูกได้ว่า เขาควรจะแสดงออกอย่างไร ปฏิบัติตัวอย่างไร"


ทั้งนี้ก็เพื่อคืนความสงบสุขกลับมาสู่บ้านของเราอีกครั้งค่ะ

ที่มา..life & family
ผู้หญิงต้องการอะไร เวลาอยู่บนเตียง?

คู่รักมากมายที่มีปัญหาเลิกรา แม้ว่าจะรักกันมากแค่ไหน แต่ถ้าสอบตกเรื่องบนเตียง มันก็เป็นปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน อาจเป็นเพราะผู้ชายส่วนมากไม่รู้จริงๆ ว่าผู้หญิงต้องการอะไรบ้าง เมื่อกำลังจะมีบทรัก

จากการทำวิจัยเรื่องเซ็กซ์จะพบว่า ผู้หญิงที่เคยผ่านประสบการณ์ทางเพศมาแล้ว ล้วนต้องการให้คู่รักของตน ใช้เวลามากขึ้นในการเล้าโลมคะ การเล้าโลมเปรียบเหมือนอาหารจานเด็ด ที่เรียกน้ำย่อย ก่อนที่จะตามด้วยอาหารจานหลัก แน่นอนว่าถ้าอาหารจานแรกมีการปรุงแต่งอย่างดี จานต่อไป ย่อมอร่อยจนกินไม่เบื่อ

ผู้ชายหลายคนคิดว่า การกอด จูบ ลูบไล้ ดูดเลีย เป็นสิ่งน่าเบื่อ ไม่ใช่จุดมุ่งหมายของเขา เพราะส่วนมาก เขามักจะสนใจและพุ่งเป้าไปที่ส่วนล่างของคุณผู้หญิงทั้งหลายเท่านั้น ซึ่งนั้นก็น่าสงสารเหลือเกิน สำหรับผู้หญิงคนนั้นๆ ที่ดันมาเจอพ่อหนุ่มประเภทกินมูมมาม และต้องเจอกับเซ็กซ์แบบไร้รสชาดและสีสัน เหมือนกับการทานอาหารที่ไม่มีคุณภาพ และนี่เองที่เป็นเหตุให้คุณผู้หญิงทั้งหลายเขาทนไม่ไหวและเลิกลากันไป

จากผลการวิจัย การเล้าโลมนอกจากจะสามารถปลุกเร้าความกระหายในบทรักแล้ว ยังช่วยให้ผู้หญิงตอบสนองกิจกรรมในบทรักได้ดียิ่งขึ้น ยิ่งคู่รักไหนที่มีการเล้าโลมมากเท่าใด เธอยิ่งจะตื่นตัวเท่านั้น อีกทั้งเสียงครวญครางของเธอ ก็ยิ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับคุณได้อีก ดังนั้นการเล้าโลมคือการพาคุณและคู่รักของคุณ ก้าวไปสู่จุดสุดยอดของบทรักคะ

SEX กับโรคหัวใจ

posted on 19 May 2010 17:31 by loveandsex
SEX กับโรคหัวใจ เพศสัมพันธ์กับโรคหัวใจ

เพศสัมพันธ์เป็นความต้องการตามธรรมชาติของมนุษย์ การมีข้อจำกัดในการมีเพศสัมพันธ์เนื่องจากความเจ็บป่วยอาจก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของสุขภาพร่างกาย และจิตใจของทั้งผู้ป่วย และคู่สมรส และอาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตครอบครัว ส่วนตัว และสังคมส่วนรวม จากการศึกษาและการวิจัยพบว่าผู้ป่วยโรคหัวใจมีปัญหาเพศสัมพันธ์ 30 - 40% โดยเกิดจาก

1. ผลกระทบโดยตรงจากโรคหัวใจเองที่พบบ่อย คือ เหนื่อยง่าย แน่นหน้าอก หายใจไม่ออกขณะออกแรงทำให้เกิดความกลัวไม่กล้ามีเพศสัมพันธ์
2. มีความรู้สึกผิด ๆ เกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์
3. มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรค ทำให้ความรู้สึกเรื่องเพศลดลง

การมีเพศสัมพันธ์เป็นของ ต้องห้าม หรืออันตราย หรือไม่ ต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ

การมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยโรคหัวใจไม่ใช่สิ่งต้องห้าม ไม่ใช่อันตราย แต่เป็นสิ่งที่ควรระวังเท่านั้น ถ้าผู้ป่วยมีความรู้เรื่องโรคของตนเองรวมทั้งมีสภาพจิตใจที่ปกติประกอบกับความร่วมมือของคู่สมรส



การเตรียมร่างกาย และจิตใจ

การฝึกการออกกำลังที่เหมาะสมภายหลังเกิดโรคหัวใจ (ตามคำแนะนำของแพทย์) นอกจากาจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว ยังสามารถช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้รวมทั้งลดอาการไม่สบายที่อาจเกิดขึ้นได้

วิธีที่จะขจัดความกลัว ก็ต้องปรึกษาหารือกับแพทย์ที่รักษา (ทั้งคู่สมรส และตัวผู้ป่วย) ถึงวิธีที่ปลอดภัยรวมทั้งการกินยาอย่างเคร่งครัด ยาบางอย่างอาจใช้เพื่อป้องกันอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น ยาขยายหลอดเลือด



ท่านจะทราบได้อย่างไรว่าตนเองพร้อม หรือแข็งแรงพอที่จะมีเพศสัมพันธ์ได้

1. จิตใจ มีความรู้สึกต้องการร่วมเพศ กับมีการแข็งตัวของอวัยวะเพศ (ผู้ชาย) อย่างมาก โดยเฉพาะในตอนเช้า หรืออาจเคยมี "ฝันเปียก" ไม่มีความกลัวหรือความวิตกกังวล
2. ร่างกาย ท่านอาจค่อย ๆ ลอง "สำเร็จความใคร่" ด้วยตนเองไปก่อนเพื่อความความมั่นใจ และทดสอบความแข็งแรง



ท่านสามารถออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์โดยไม่มีอาการของโรคหัวใจ
ผลจากการวิจัยของแพทย์ในอเมริกา พบว่าการร่วมเพศจะทำให้หัวใจทำงานหนักเท่า ๆ กับ
1. เดินขึ้นขั้น 2 ของตึกหรือบ้านได้อย่างคล่องแคล่ว
2. เดินเร็ว ๆ รอบ ๆ บ้าน
3. การทำกิจวัตรประจำวันตามปกติ
4. ถ้าเป็นวิชาการขึ้นหน่อย คือกำหนดการออกแรงจนหัวใจเต้น 120 ครั้ง/นาที หรือความดันโลหิตสูง 180/100 ม.ม. ปรอท อยู่นาน 10 วินาที โดยไม่มีอาการทางหัวใจ



การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยของผู้ป่วยโรคหัวใจ

1. ร่วมกับคู่สมรสของตนเอง และคู่สมรสร่วมมือด้วย
2. สถานที่ที่คุ้นเคย มิดชิด
3. เวลาที่เหมาะสม คือ เวลาเช้ามือหลังจากร่างกายได้หลับนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่มาแล้ว ถ้าเป็นเวลาค่ำก็ควรเป็นหลังอาหารมื้อเย็น อย่างน้อย 2 ชั่วโมง และไม่ดื่มจานเมามาย
4. มีการปลุกร้าอารมณ์กันก่อนให้เต็มที่เพื่อเป็นการเตรียมหัวใจให้ค่อย ๆ ปรับตัว
5. ท่าของการร่วมเพศ ควรเป็นท่าสบาย ๆ ธรรมชาติไม่ให้ผู้ป่วยอึดอัดเจ็บปวดหรือออกแรงมาก คู่สมรสควรจาช่วยให้หรือออกแรงมากกว่า
6. ร่วมเพศทางช่องทางของคนปกติ
7. อย่าลืมกินยารักษาโรคหัวใจตามคำแนะนำของแพทย์ บางครั้งสำหรับบางคนแพทยาจะแนะนำยากินหรือยาอมใต้ลิ้นก่อนการร่วมเพศ แต่เนื่องจากความต้องการทางเพศอาจไม่แน่นอนว่า เมื่อใด อย่างน้อยท่านควรกินยาตามมื้อที่กำหนดไว้เสมอ ๆ



ข้อหลีกเลี่ยงก่อนมีเพศสัมพันธ์

1. อาหารมื้อหนัก โดยเฉพาะงานเลี้ยงที่มีการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ถ้าต้องการควรรอหลังมื้ออาหารอย่างน้อย 2 ชั่งโมง
2. ออกแรงหรือออกกำลังกายจนเหนื่อยมาก่อน หรือมีความเครียดมากมาก่อน
3. การร่วมเพศบุคคลที่ไม่ใช้คู่สมรสอายุแตกต่างกันมาก ๆ
4. ท่าร่วมเพศผิดธรรมชาติ เช่นท่าทางทวารหนัก จะเพิ่มความเคียด ความตื่นเต้นแก่หัวใจมากเกินไป
5. ความรีบร้อนบรรยากาศไม่ดี สถานที่ไม่ดี อุณหภูมิร้อน หรือหนาวเกินไป







อาการผิดปกติ ระหว่าง หรือหลังการร่วมเพศ

มีความจำเป็นที่ท่านควรสังเกตอาการของตนเองขณะหรือหลังการร่วมเพศ เพื่อที่จะช่วยเหลือตนเอง หรือแจ้งให้แพทย์ทราบ เพื่อรักษา และการป้องกันอาการผิดปกติที่อาจก่อให้เกิดอันตราย อาการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้มักเกิดหลังการร่วมเพศใหม่ ๆ
1. หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกใจสั่นอยู่นานกว่า 10 นาที
2. หายใจหอบเร็ว หรือหายใจลำบาก อยู่นานกว่า 10 นาที
3. มีอาการเจ็บแน่นกลางอกเหมือนอย่างที่เคยเป็น แต่รุนแรงกว่า
4. นอนหงายไม่ได้ เพราะมีอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวข้างต้น
5. อ่อนเพลียมาก เวียนหัวจะเป็นลม เหงื่อออกมากตัวชื้น



ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดอาการผิดปกติ

1. นอนพักอยู่กับเตียง อย่าเพิ่งรีบลุกเดินหรือถ้าจำเป็นก็ค่อย ๆ เคลื่อนไหว ถ้าพอจะมีออกซิเจนอยู่กับบ้านก็ใช้ดมเลย
2. ใช้ยาอมใต้ลิ้น หรือยาพ่นใต้ลิ้น ถ้าอาการต่าง ๆ เหล่านั้นไม่ดีขึ้น อม หรือพ่นซ้ำอีกในทุก 5 - 10 นาที ถ้าซ้ำสองสามครั้งแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปโรงพยาบาลใกล้เคียง หรือ โรงพยาบาลที่เคยไปรับการรักษา
3. ในโอกาสพบแพทย์ที่รักษาโรค ควรขอคำแนะนำ

สรุป

การมีเพศสัมพันธ์ของผู้ป่วยโรคหัวใจ ไม่ว่าจะเป็นชนิดใด ถ้าร่างกายยังแข็งแรงพอสมควร คู่สมรสร่วมมือดีและขอคำแนะนำจำแพทย์แล้ว โอกาสที่จะเกิดอันตรายน้อยมาก และโอกาสถึงตายเกือบไม่มี อย่างไรก็ตามผู้ป่วยไม่ควรมีเพศสัมพันธ์บ่อยเกินไป คนอายุ 40 ปีขึ้นไปควรมีเพศสัมพันธ์ประมาณสัปดาห์ละไม่เกิน 1 - 2 ครั้ง



o ขอย้ำอีกครั้งว่า ความปลอดภัยของท่านขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ การร่วมมือของบคู่สมรส และความไม่ประมาท









ที่มา : จากเอกสารเผยแพร่ รพ.พระมงกุฏ วันที่โพสต์ : 0000-00-00
reference http://www.healthcorners.com/2007/article/showArticle.php?category=sexknow&id=506

Erotic Cinema

posted on 19 May 2010 16:18 by loveandsex
Erotic Cinema เคยสงสัยไหมคะว่าโลกนี้ถูกสร้างสรรค์ด้วยอะไร ระหว่างวิทยาการกับจินตนาการ
ไม่ต้องรอให้ไอน์สไตน์มายืนยันว่า "จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ ดิฉันว่าเราก็คงทราบคำตอบกันดีอยู่แล้ว ก็แหม!
ถ้ามนุษย์เราเป็นมนุษย์ที่ไม่รู้จักฝันแล้ว จะรู้จักสร้างสรรค์ทำอะไรใหม่ ๆ ที่ดีกว่าเดิมได้อย่างไรล่ะคะ

ในความสัมพันธ์ทางเพศ จินตนาการและความโรแมนติกก็มีบทบาทที่สำคัญไม่น้อยในการสร้างสีสันและอรรถรสให้กับความรัก และในฐานะที่เป็นหญิงดิฉันขอประกาศว่า เราทั้งสองเพศควรให้ความสำคัญกับการสร้างจินตนาการบนเตียงกันให้มากกว่านี้ เพื่อเป็นการเติมรสรักให้อร่อยชวนลิ้มอยู่เสมอ


ดูหนัง-สร้างจินตนาการ
หนึ่งในสิ่งที่สามารถใช้เป็นแรงบันดาลใจในการสร้างจินตนาการอย่างได้ผลก็คือภาพยนตร์ค่ะ... ใช่แล้ว ดิฉันกำลังพูดถึงหนังผู้ใหญ่ หรือหนังโป๊ หนังเอ็กซ์ หรือหนังอีโรติก หรือชื่ออะไรตามแต่ที่คุณจะเรียกและเลือกเสพในระดับที่เหมาะสม

ถ้าเราเปิดอกคุยกันโดยไม่ทำอาการปากว่าตาขยิบ คงต้องยอมรับว่าหนังเหล่านี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชนเป็นหนังที่อาจทำให้ผู้หญิงรองยี้ในบางโอกาส (แต่ในหลายโอกาสเธอไม่ได้ร้องแบบนั้นหรอกค่ะ) ส่วนใหญ่จะเป็นหนังที่มีศักดิ์ศรีน้อยกว่าหนังที่เขาฉายอย่างภาคภูมิในโรงภาพยนตร์ชั้นนำ แต่เราต้องยอมรับใช่ไหมคะว่าหนังประเภทนี้มีบางแง่มุมที่น่าสนใจสำหรับเรื่องบนเตียงของสามีภรรยาเช่นกันอยากทราบไหมคะว่าการดูหนังอีโรติกก็ให้อะไรดี ๆ กับชีวิตรักคุณบ้างไม่มากก็น้อย

สิ่งพึงระลึกเมื่อคิดจะดูหนังอีโรติก
แม้จะเป็นเครื่องกระตุ้นและชูรสรักได้อย่างดีแต่การเสพสื่อนี้ก็มีข้อพึงระวังดังต่อไปนี้

-- หนังอีโรติกไม่ใช่ตำราเพศศึกษา
ต้องเข้าใจนิดหนึ่งว่าที่เห็นในหนังคือการแสดงแบบอย่าง ท่วงท่าและลีลาที่เห็นในหนังไม่ใช่มาตรฐานของการร่วมรัก ถ้า เห็นท่วงท่าประหลาดพิสดารที่เรียกเสียงครางอย่างสุขสมในหนังอาจไม่เหมาะจะนำมาใช้กับคนรักของคุณ จึงควรพิจารณาการนำมาใช้ให้เหมาะสมกับวัย สภาพร่างกาย และรสนิยมของคนรักด้วย

-- ใช้เป็นแรงบันดาลใจได้แต่อย่าเลียนแบบ
อย่างที่บอกว่านี่คือการแสดง ดังนั้นใช้เป็นแรงบันดาลใจก็พอ อย่าถึงขั้นเลียนแบบตั้งแต่เสียงร้องครางกระเส่าไม่หยุดหย่อนการเปลี่ยนท่าทุก 1 5 วินาที การปล่อยให้กระฉูดบนใบหน้าหรือหน้าอกของเธอนอกจากนี้ยังไม่จำเป็นต้องเปิดเพลงบรรเลงแซ็กโซโฟนของ เคนนี่ จี คลอตลอดการร่วมรัก (ยกเว้นว่าคุณทั้งสองจะชอบแบบนั้น)และควรทราบด้วยว่าแสงสว่างกระจ่างสุด ๆ อย่างในหนังไม่ใช่สถานการณ์ที่ฝ่ายหญิงจะสะดวกกายสบายใจนักหรอกค่ะ

-- หาความพอดี
ความรุนแรง ดิบเถื่อนในหนังอาจจะจุดอารมณ์ให้ลุกโชนได้รวดเร็วแต่ในชีวิตจริงให้จำไว้ว่า อย่าผาดโผน อย่าพูดจาหยาบคาย เถื่อน หื่นกระหาย อย่ากัด จิกทึ้ง หรือตบ ยกเว้นอีกฝ่ายจะชอบ

-- หาความถี่ที่เหมาะสม
ไม่ควรใช้มุกเปิดหนังอีโรติกบ่อยเกินไปจนกลายเป็นการเสพติดอารมณ์รักของคนเราควรเกิดได้ทุกเวลาและสถานที่ อย่าจำกัดตัวเองอยู่แค่ช่วงเวลาหน้าจอนะคะ

-- เปิดตัวให้ดี
ดิฉันพบว่ากับคนบางคน ไม่จำกัดว่าเพศชายหรือหญิง จังหวะของการเปิดตัวเป็นเรื่องสำคัญมาก ถ้าฝ่ายริเริ่มหาหนังมาดูทำโผงผางผิดจังหวะ ไม่ถูกอารมณ์เข้า อีกฝ่ายอาจมีโกรธได้ดังนั้นต้องหาวิธีชักชวนและริเริ่มที่เหมาะกับคนรักของคุณด้วย

-- เลือกระดับให้เหมาะสม
ข้อนี้สัมพันธ์กับข้อที่แล้ว คือคนแต่ละคนรับได้ถึงรูปแบบ ความเถื่อน ดิบพิสดาร เอ็กซ์ หรือแม้กระทั่งเรื่องจุกจิกอย่างหน้าตาสีผิว ทรงผม และเสื้อผ้าของตัวละครได้ไม่เท่ากันคุณทั้งสองจึงน่าจะมีโอกาสเลือกหนังร่วมกัน เรื่องจะได้จบอย่างแฮปปีด้วยกันทั้งสองฝ่าย

ต่างคนต่างทำงานเหนื่อยมาตลอด 5 วัน เสาร์อาทิตย์ที่ถือเป็นช่วง เวลาส่วนตัวร่วมกัน ให้หนังอีโรติกสักเรื่องที่คุณชอบหรืออยากดูช่วยสร้างสีสันและจินตนาการให้กับชีวิตรักของคุณกันดูสิคะ




4 เหตุผลดี ๆ ที่คุณควรดูหนังอีโรติก

1. เพราะหนังอีโรติกจุดไฟของคุณให้ลุกโชนได้ หนังอีโรติกจะช่วย เพิ่มความปรารถนา และหรรษาในกิจกรรมทางเพศให้คุณและคู่รักได้ โดยการกระตุ้นด้วยภาพและเสียงที่ทำให้อุณหภูมิในตัวคุณเดือดพล่านได้ไว และอาจจะดีกว่าสื่ออื่น ๆ

2. เพราะหนัง อีโรติกให้แรงบันดาลใจใหม่ ๆ ถ้าคุณไม่ได้ตั้งตาดูหนังอีโรติกแค่เพื่อความบันเทิง แต่สังเกตและศึกษาไปด้วย จะพบว่าได้เทคนิคบนเตียงใหม่ ๆ มากมาย ทั้งท่วงท่า ลีลาจังหวะ จะดูคนเดียวหรือดูเป็นคู่ก็ล้วนได้บทเรียนทั้งสิ้น

3. เพราะหนังอีโรติกช่วยเติมเต็มจินตนาการทางเพศ การใช้ชีวิตแบบรูทีนในรูปแบบซ้ำ ๆอาจทำใหคุณมีแต่ความเคยชิน แม้กระทั่งตอนขึ้นเตียง อย่ากระนั้นเลย เปลี่ยนรสชาติด้วยการหาหนังอีโรติกที่เป็นเรื่องราวใหม่ ๆ มาช่วยสร้างจินตนาการทางเพศแบบแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้คุณและคนรักเสียบ้างเถิด

4. เพราะหนังอีโรติกช่วยละลาย มาด ของคนรักของคุณได้ ในชีวิตปกติแฟนคุณอาจจะเป็นอาจารย์ นักวิชาการ เป็นสาวมาดเข้มหรือเป็นหนุ่มหยิ่ง ฟอร์มจัด ถ้าอยากจะปลดปล่อยเธอหรือเขาจากกรอบที่ตีล้อมตัวเองเอาไว้แล้วละก็ เปิดหนังอีโรติกดูด้วยกันสักครั้ง ดูซิว่าจะทำความหวั่นไหวให้เขาหรือเธอได้มากน้อยระดับไหน
ที่มา : วันที่โพสต์ : 0000-00-00
reference http://www.healthcorners.com/2007/article/showArticle.php?category=sexknow&id=510